Menu

จำนวนผู้คนเข้าชม

Search

Custom Search

ศาลเจ้าพ่อกว้าน

ประวัติศาลเจ้าพ่อกว้าน
ศาลเจ้าพ่อกว้าน
เมื่อก้าวสู่ประตูหน้าของโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จะสะดุดตากับ "ศาล" ทรงไทยที่ตั้งเด่นเป็นสง่า
น่าเกรงขามอยู่เบื้องขวามือของประตูโรงเรียน ครูและนักเรียนที่ผ่านเข้าออกประตูนี้จะยกมือประนมไหว้
หรือก้มศีรษะเพื่อคารวะ "เจ้าพ่อ" ที่ประทับอยู่ในศาลนี้ นักเรียนบุญวาทย์ที่เข้าใหม่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ในทุกปีจะต้องมาสักการะ "ฝากตัว" เบื้องหน้าศาลที่พวกเขารู้จักกันในนาม
"ศาลเจ้าพ่อกว้าน" "เจ้ากว้าน" คือใคร มาจากไหน เหตุใดจึงเป็นที่เคารพนนับถือของชาวบุญวาทย์
และชาวนครลำปาง "เหลนน้อย" ได้เขียนเล่าไว้ในหนังสือ "ที่ระลึกวันครบรอบ ๖๐ ปี บุญวาทย์วิทยาลัย
" ว่า "เจ้ากว้านเป็นเจ้าพ่อศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ความสำคัญของจ้ากว้านคงพอๆกับเจ้าพ่อหลักเมือง ทั้งนี้สันนิษฐานจากการเซ่นสังเวย ทุกครั้งที่มีการสังเวยเจ้าพ่อหลักเมือง จะต้องแบ่งครึ่งหนึ่งของเครื่องเซ่นไปสังเวยเจ้าพ่อกว้านเสมอ เมื่อเกิดศึกสงครามทหารจะออกรบ หรือเมื่อตำรวจตามจับผู้ร้ายสำคัญ จะต้องไปบวงสรวงเจ้ากว้านเสียก่อน เครื่องเซ่นมีหมูดำปลอด ๑ ตัว ไก่คู่ ตีนหมู (สี่ตัว) วัวกีบผึ้งหางไหม ๑ ตัว สมัยก่อนไม่มีม้านั่ง (ม้าขี่คนทรง) การบวงสรวงเป็นหน้าที่ของลุงแก่ๆคนหนึ่ง ชื่อลุงแสนภวังค์ ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อนั้น เป็นที่เคารพนับถือตั้งแต่เจ้าผู้ครองนครลงมาจนถึงราษฏรสามัญ ทุกๆปีจะมีการบวงสรวงเซ่นไหว้ประจำในเดือน ๙ เหนือ แรม ๕ ค่ำ ไม่มีการเข้าทรงและฟ้อนผีดังเช่นปัจจุบัน" ศาลเจ้ากว้านเดิมตั้งอยู่หลังบ้านพักผู้พิพากษา หัวหน้าศาล ถนนบุญวาทย์ เป็นศาลทรงไทยขนาดใหญ่กว้างยาวประมาณ ๑๐๒๒๐ เมตร สร้างด้วยไม้สัก สลักลวดลายที่หน้าจั่วอย่างสวยงาม เป็นศาลตัดสินความทางราชการ ภายในศาลมีแท่นสำหรับเจ้านายหรือบัลลังค์ของจ่าบ้าน หรือผู้พิพากษา สมัยโบราณเมื่อมีคดีความที่ต้องพิพากษาตัดสินก่อนจะให้การต่อศาล คู่กรณีต้องไปสาบานต่อหน้าหอเล็กๆแห่งหนึ่ง ใกล้ๆกับศาลนั้นว่า จะให้การตามความเป็นจริง หอเล็กๆ ที่กล่าวถึงนี้ คือที่สิงสถิตย์ของเจ้าพ่อกว้าน และศาลยุติธรรมก็พลอย มีชื่อเรียกว่าศาลเจ้ากว้านตามไปด้วย

ต่อมามีการสร้างศาลยุติธรรมขึ้นใหม่ (ศาลจังหวัดปัจจุบัน)การชำระดดีจึงได้ย้ายไปทำกันที่ศาลใหม่ ทางการจึงได้รื้อศาลเจ้ากว้านหลังเดิมมาสร้างขึ้นใหม่ในบริเวณโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย เพื่อเป็นการอนุรักษ์เอาไว้ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๕ และโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยได้ใช้ศาลเจ้ากว้านเป็นสโมสรลูกเสือและใช้เป็นสถานที่อบรมครูจังหวัด ต่อมาได้ใช้เป็นห้องเรียนของนักเรียนชั้นม.๑ นักเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยครั้งนั้นจึงได้ชื่อว่าป็นลูกเจ้ากว้านด้วย ในปีพ.ศ.๒๔๘๗ โรงเรียนได้งบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ซึ่งมีเนื้อที่ครอบคลุมถึงบริเวณศาลเจ้ากว้าน ดังนั้นศาลเจ้าพ่อกว้านเดิมจึงถูกรื้อถอนบางส่วนของชิ้นไม้ที่ประกอบเป็นศาลถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดเมืองศาสน์บ้าง วัดพระแก้วดอนเต้าบ้าง และทางโรงเรียนได้สร้างศาลเล็กๆขึ้นมาแทน เพื่อเป็นที่สิงสถิตของเจ้าพ่อกว้าน ต่อมาได้ย้ายมาสร้างใหม่ให้ใหญ่โตและสวยงามขึ้น ณ บริเวณที่ตั้งปัจจุบัน ปี ๒๕๒๖ ได้ปรับปรุงบูรณะ ศาลเจ้าพ่อกว้านอีกครั้ง ในสมัยผู้อำนวยการประดิษฐ์ จันทร์แสนตอ โดยทุกครั้งที่มีงานสำคัญ หรือมีกิจกรรมของโรงเรียน ครูและนักเรียนบุญวาทย์วิทยาล ัย จะไปบอกกล่าว ขอความคุ้มครอง ขอกำลังใจจากเจ้าพ่อกว้าน ทุกคนสำนึกว่านอกจากความเป็นลูกเจ้าพ่อบุญวาทย์ฯ เลือดแดง-ขาวแล้ว ชาวบุญวาทย์ฯ ยังเป็นลูกเจ้าพ่อกว้านด้วย ไม่ว่าโลกแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเจริญก้าวหน้าไปเพียงใด "เจ้าพ่อกว้าน" ก็ยังคงเป็นมิ่งขวัญและที่ยึดเหนี่ยวทางใจของลูกบุญวาทย์...ตลอดไป